เอกสารศูนย์กลางสำหรับนักบินและกำลังภาคพื้นดินที่ต้องประสานงานกับอากาศยาน บทบาทหลัก
ข้อมูลในหมวดนี้จัดทำเพื่อการฝึกและการใช้งานภายในเกม Arma 3 ตาม Mod/Framework ที่หน่วยกำหนด ไม่ใช้ Flight Manual, Checklist หรือข้อกำหนดของการบินจริง
วิธีใช้งานหมวด Aircraft-Pilot
- เปิด Dropdown Aircraft-Pilot ใน Document Library
- เลือก Overview เพื่อดูรายการอากาศยานและบทบาทโดยรวม
- เลือก Flight Manual เพื่อเปิดคู่มือ MH-47G, UH-60M และ F/A-18E จากหน้าเดียว
- เปิด ON THIS PAGE / 02 ใต้หน้า Flight Manual เพื่อเลือกหัวข้อของอากาศยานที่ต้องการ
Rotary Wing Inventory
- MH-6M Little Bird - Primary: อากาศยานขนาดเล็กสำหรับ Light Infiltration/Exfiltration และการลงพื้นที่จำกัด จุดเด่นคือ Low Signature, Micro HLZ และ Rapid Infil
- MH-60M Black Hawk - Primary: Tactical Lift สำหรับ Infil/Exfil, Reposition และ Assault Support รองรับ Terrain-Masked Flight, Fast Rope และ HLZ Operations
- MH-47G Chinook - Support: Heavy Lift สำหรับขนส่งกำลังและสัมภาระระยะไกล มีความเหมาะสมกับ Extended Range, Sustainment และ Contingency Extraction
- MH-60M Direct Action Penetrator (DAP) - Primary: Armed Escort และ Responsive Effects สำหรับคุ้มกันขบวนบินและสนับสนุนการเข้าพื้นที่
- AH-6 Little Bird - Primary: Light Attack และ Armed Overwatch สำหรับพื้นที่จำกัด การประสานงานใกล้ชิด และ Close Support
- HH-60 Pave Hawk - Support: Personnel Recovery และ Recovery-Configured Lift สำหรับ PR, CASEVAC และการรับกำลังจากพื้นที่แยกตัว
Fixed Wing Inventory
- C-130 Hercules / C-17 Globemaster III - Support: Strategic/Tactical Airlift สำหรับ Mobility, Logistics และ Sustainment
- F-15 Eagle - Support: Air Control และ Escort Presence เมื่อภารกิจต้องการความได้เปรียบทางอากาศ
- A-10 Thunderbolt II “Warthog” - Support: Close Air Support สำหรับตอบสนองต่อกำลังภาคพื้นดินและสร้าง Effects ในพื้นที่รบ
- F/A-18 Hornet - Support: Multi-Role Strike และ Armed Overwatch สำหรับ Strike, Escort และการสนับสนุนจากอากาศ
- KC-130 Hercules - Support: Aerial Refueling และ Extended-Duration Support เพื่อรักษา Tempo และเพิ่มระยะปฏิบัติการ
- AC-130 Gunship - Primary: Precision Fires และ Persistent Overwatch ภายใน Engagement Window ที่กำหนด
- MQ-9 Reaper - Primary: Persistent ISR, Target Confirmation และ Follow-on Support สำหรับการวางแผนและติดตามเป้าหมาย
Pilot Communication Essentials
นักบินควรมีความรู้และความเข้าใจด้าน Communication เพื่อให้สามารถสื่อสารกับ Ground Team, JTAC, LZ Controller และหน่วยควบคุมภารกิจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทุกฝ่ายต้องใช้ Callsign, รูปแบบข้อความ, คำศัพท์มาตรฐาน และขั้นตอน Readback ที่เข้าใจตรงกัน เพื่อรักษา Common Operational Picture ลดความคลาดเคลื่อนของพิกัด คำสั่ง และข้อจำกัด รวมถึงช่วยป้องกันความสับสนที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของอากาศยานและกำลังภาคพื้นดิน
ส่วนนี้เป็น Quick Reference สำหรับ Aircrew เพื่อใช้เตรียมวิทยุ รับข้อมูลจากหน่วยภาคพื้นดิน และรักษาลำดับการสื่อสารตลอดภารกิจ นักบินต้องสามารถแยกข้อความที่ต้องตอบรับ ข้อมูลที่ต้องทวน และคำสั่งที่ต้องดำเนินการทันทีได้อย่างชัดเจน โดย Mission Brief, ATO/ACO, ROE และ SOP ของภารกิจมีลำดับความสำคัญสูงกว่าเลข Channel หรือตัวอย่างในเอกสารนี้เสมอ
สามารถเรียนรู้รูปแบบการสื่อสาร, LZ/ALZ Brief, CAS, MEDEVAC, Signal และ Brevity Code เพิ่มเติมได้ที่ Communication
Aviation Nets และ Radio Setup
- SOAR 160th: Channel 8 — Net หลักสำหรับการประสานงานกับหน่วยบินปีกหมุน
- Air-to-Air: Channel 6 — ใช้ประสาน Formation, Deconfliction, Holding และสถานะระหว่างอากาศยาน
- Air-to-Ground: Channel 7 — ใช้ติดต่อ Ground Force, LZ Controller, JTAC หรือหน่วยที่ร้องขอการสนับสนุน
- UHF Guard: ขึ้นอยู่กับ Communication ในมิชชั่นนั้นๆ — ใช้เมื่อ SOP หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอนุญาตเท่านั้น [เป็นเการใช้ภายในเกมเท่านั้น!!]
- ก่อน Taxi/Departure ให้ยืนยัน Callsign, Primary/Alternate Net, Channel/Frequency, Authentication, Lost-Comms Plan และ Transfer-of-Control Point ให้ครบ
Air-Ground Information Packages
- LZ Brief: รับและยืนยัน Location, Marking, Size/Surface, Hazards, Enemy, Friendlies และสถานะพร้อม Mark โดย Aircrew ต้องทวน Landing Direction, Hazard และข้อจำกัดที่มีผลต่อแนวร่อน
- CAS Check-in: แจ้ง Callsign/Mission Number, จำนวนและชนิดอากาศยาน, Position/Altitude, Ordnance/Capabilities, Playtime และ Abort Code
- CAS 9-Line: Readback ขั้นต่ำคือ Lines 4, 6, 8 และ Remarks/Restrictions; Rotary-wing 5-Line ใช้ได้เฉพาะเมื่อ Mission SOP อนุญาต
- MEDEVAC 9-Line: รับ PZ Location, Callsign/Frequency, Patient Precedence, Special Equipment, Patient Type, PZ Security, Marking, Nationality/Status และ CBRN Contamination ก่อน Commit เข้าพื้นที่
- Inflight/BDA Report: รายงาน Callsign, Mission Number, Location, Time on Target และผลที่สังเกตได้ โดยไม่คาดเดาความเสียหายที่ยังยืนยันไม่ได้
Essential Brevity
VISUAL / BLIND— เห็นหรือไม่เห็นกำลังฝ่ายเดียวกันที่อ้างถึงCONTACT / LOOKING— เห็นหรือยังค้นหา Reference PointTALLY / NO JOY— เห็นหรือไม่เห็น Target/ThreatIN HOT / OFF— เข้าหรือออกจากแนวโจมตีBINGO / JOKER— ถึงเกณฑ์เชื้อเพลิงกลับฐานหรือเปลี่ยนแผนตาม BriefCONTINUE— ดำเนิน Maneuver ต่อ แต่ยังไม่ใช่ Weapons Release ClearanceABORT— ยุติการเข้าทำทันทีและต้องตอบรับLASER ON / SPOT / NEGATIVE LASER / CEASE LASER— ลำดับสถานะ Laser DesignationROGER / WILCO— รับข้อความแล้ว / รับทราบและจะปฏิบัติตาม
Pre-transmission Check
ก่อนส่งข้อมูลให้ตรวจสอบ Who — Where — What — Risk — Readback: เรียกใคร, เราอยู่ที่ใด, ต้องการอะไร, มี Friendly/Enemy/Hazard/Restriction ใด และข้อมูลส่วนใดต้องให้ผู้รับทวน
CAS Check-In Briefing และ Aircraft Situation Update
ก่อนเข้าสู่การปฏิบัติภารกิจ Close Air Support (CAS) การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะแบ่งเป็น 2 ช่วงต่อเนื่องกัน เพื่อให้นักบินและ Ground Controller/JTAC มี Common Operational Picture เดียวกัน:
- Aircraft Check-In: นักบินรายงานตัวตน ตำแหน่ง ขีดความสามารถ และเวลาที่สามารถสนับสนุนได้
- Situation Update: Ground Controller/JTAC สรุปสถานการณ์ภาคพื้น ภัยคุกคาม กำลังฝ่ายเดียวกัน และข้อจำกัดก่อนเริ่ม Game Plan
ใช้เป็นแนวทางสำหรับการฝึกใน Arma 3 เท่านั้น โดย Mission Brief, ROE และ SOP ของหน่วยเป็นข้อกำหนดหลักเสมอ
1. Aircraft Transmits — CAS Check-In Briefing

ข้อมูลที่นักบินควรรายงานตามลำดับ:
- Identification / Mission Number — Callsign และหมายเลขภารกิจ
- Number and Type of Aircraft — จำนวนและแบบอากาศยาน
- Position and Altitude — ตำแหน่ง จุดอ้างอิง และระดับความสูงปัจจุบัน
- Ordnance / Capabilities — อาวุธหรือขีดความสามารถที่พร้อมใช้งาน
- Time on Station / Playtime — เวลาที่สามารถอยู่สนับสนุนในพื้นที่
- Abort Code (if applicable) — รหัสยกเลิกภารกิจตาม Mission Brief ซึ่งต้องยืนยันให้ถูกต้อง
ตัวอย่างการรายงาน (สถานการณ์สมมติ)
REAPER 2, THIS IS HAYMAKER 20.
MISSION XXX-123, ONE A-10.
POSITION IP BUD LIGHT.
1,000 ROUNDS CANNON, TWO GBU, 24 ROCKETS.
30 MINUTES PLAYTIME.
ABORT CODE AS BRIEFED.
หากข้อมูลตรงตามแผนสามารถใช้คำว่า AS FRAGGED เพื่อยืนยันตาม Mission Brief หรือใช้ WITH EXCEPTION เมื่อต้องแจ้งเฉพาะรายการที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ให้ใช้เฉพาะเมื่อกำหนดไว้ใน SOP ของภารกิจ
2. Ground Controller Transmits — Situation Update
หลังรับ Check-In แล้ว Ground Controller/JTAC จะส่ง Aircraft Situation Update แบบกระชับ เพื่อเตรียมนักบินสำหรับ engagement ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยควรครอบคลุมข้อมูลต่อไปนี้:
- Threat Activity — กิจกรรมภัยคุกคาม: ภัยคุกคามที่ตรวจพบหรือคาดว่าจะพบ การปะทะล่าสุด ตลอดจนทิศทาง ระยะ หรือระดับความสูงที่เกี่ยวข้อง
- Target / Enemy Situation — สถานการณ์เป้าหมายหรือฝ่ายตรงข้าม: ประเภท จำนวน การกระทำ ตำแหน่ง และวิธีทำเครื่องหมายเป้าหมาย ใช้รูปแบบ SALT เมื่อเหมาะสม
- Friendly Situation / GCI — สถานการณ์ฝ่ายเดียวกัน: ที่ตั้ง การเคลื่อนที่ จุดทำเครื่องหมาย และมาตรการประสานงานของ Ground Team ตามข้อมูล GCI ใน Mission Brief
- Clearance Authority — ผู้มีอำนาจอนุมัติ: ระบุ Callsign หรือตำแหน่งของผู้มีอำนาจออก Engagement Clearance ให้ชัดเจน
- Hazards — อันตรายในพื้นที่: ภูมิประเทศ สิ่งกีดขวาง สภาพอากาศ ทัศนวิสัย การจราจรทางอากาศ และความขัดแย้งของห้วงอากาศ
- Restrictions / Remarks — ข้อจำกัดและหมายเหตุ: ROE, Altitude/Block, Final Attack Heading, เวลา ข้อจำกัดด้านอาวุธหรือผลกระทบ และรายการที่ต้อง Readback
ตัวอย่าง Situation Update (สถานการณ์สมมติ)
SITUATION UPDATE.
THREAT ACTIVITY: SMALL-ARMS CONTACT REPORTED EAST OF THE OBJECTIVE.
TARGET SITUATION: ONE VEHICLE AT GRID 049 191, IR MARK AVAILABLE.
FRIENDLIES: GRID 045 187, MARKED BY BLUE SMOKE.
CLEARANCE AUTHORITY: JTAC REAPER 2.
HAZARDS: POWER LINES NORTH OF THE TARGET; ROTARY-WING TRAFFIC WEST.
RESTRICTIONS: REMAIN EAST OF THE CONTROL LINE; EGRESS EAST.
ADVISE READY FOR GAME PLAN.
นักบินควร Readback ข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการปฏิบัติ ได้แก่ Abort Code, ตำแหน่งเป้าหมาย, ตำแหน่งฝ่ายเดียวกัน, Clearance Authority, Hazards และ Restrictions หากข้อมูลเปลี่ยนแปลงให้ผู้ส่งขึ้นต้นด้วย CORRECTION แล้วระบุรายการใหม่อย่างชัดเจน
KEY POINTS OF A CAS MISSION
หัวข้อนี้สรุปลำดับพื้นที่และจุดควบคุมที่นักบินต้องเข้าใจก่อนปฏิบัติภารกิจ Close Air Support (CAS) ตั้งแต่เข้าสู่พื้นที่จนถึงออกจากเป้าหมาย โดยให้ Mission Brief, ROE และ SOP ของหน่วยเป็นข้อกำหนดหลักเสมอ
เรียบเรียงเพื่อการฝึกในระบบจำลองจาก IVAO Documentation Library — Close Air Support เนื้อหานี้ไม่ใช้แทนเอกสารหรือขั้นตอนการบินจริง

1. INGRESS — การเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ
Ingress คือช่วงการบินตามเส้นทางก่อนเข้าสู่ Area of Operations (AO) นักบินจะได้รับ Situation Update และคำสั่งจัดระยะห่างระหว่างภารกิจ โดยอาจแยกกันด้วยระดับความสูง เส้นทาง หรือช่วงเวลา ก่อนเข้าสู่ Holding Area หรือจุดควบคุมถัดไป
ก่อนเข้าสู่พื้นที่ นักบินต้องยืนยัน Callsign, Assigned Route, Altitude/Block, Holding Instruction, Threat Update, Airspace Restriction และหน่วยควบคุมที่ต้องติดต่อถัดไป
2. HOLDING AREA — พื้นที่รอภารกิจ
Holding Area ควรอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีหรือมีภัยคุกคามจากอาวุธต่อสู้อากาศยานต่ำ เพื่อให้อากาศยานรอรับข้อมูลการโจมตีและสังเกตพื้นที่เป้าหมายได้อย่างปลอดภัย ตำแหน่งนี้อาจอยู่ร่วมกับ Control Point หรืออยู่เหนือพื้นที่เป้าหมายได้เฉพาะเมื่อ Threat Assessment และ Mission Control อนุญาต
RACETRACK HOLDING PATTERN
ใช้วงรอรูปวงรีในพื้นที่ที่มีภัยคุกคามสูง โดยแนวบินแต่ละช่วงควรมีระยะอย่างน้อยประมาณ 10 NM และต้องวางวงรอไว้ในพื้นที่ปลอดภัยตามคำสั่งควบคุม

FIGURE-EIGHT HOLDING PATTERN
วงรอรูปเลขแปดเหมาะกับพื้นที่ที่มีภัยคุกคามสูงเช่นเดียวกับ Racetrack แต่แนวบินจะตัดกันตรงกลาง รูปแบบนี้มักใช้โดย FAC(A) เพื่อรักษาการสังเกตและจัดทิศทางการบิน

WHEEL ORBIT HOLDING PATTERN
ใช้เมื่อภัยคุกคามต่ำ เพื่อรักษาการมองเห็นเป้าหมายอย่างต่อเนื่องและสนับสนุน Talk-On โดยทั่วไปวงโคจรควรมีรัศมีไม่น้อยกว่า 2.5 NM หรือตามข้อจำกัดของอากาศยาน ภูมิประเทศ และคำสั่ง JTAC/FAC(A)

3. CONTROL POINT (CP) / RELEASE POINT (RP)
Control Point คือจุดที่กำหนดด้วยพิกัด LAT/LONG หรือวัตถุบนพื้นดินที่สังเกตได้ง่ายและตั้งชื่อหรือหมายเลขไว้ ใช้สำหรับควบคุมลำดับการเคลื่อนที่และส่งต่ออากาศยานเข้าสู่ช่วงปฏิบัติการ สำหรับเฮลิคอปเตอร์ จุดนี้อาจเรียกว่า Release Point (RP)
อย่าสับสน CP/RP กับ Contact Point ซึ่งหมายถึงจุดที่กำหนดให้สองหน่วยเริ่มติดต่อทางวิทยุ
4. INITIAL POINT (IP) / BATTLE POSITION (BP)
Initial Point คือจุดเริ่มต้นของ Final Attack Phase หรือ Attack Run สำหรับอากาศยานปีกตรึง ส่วนเฮลิคอปเตอร์ใช้ Battle Position (BP) เป็นพื้นที่ที่กำหนดตำแหน่งยิงหรือจุดซ่อนกำบังหลายตำแหน่งก่อนเข้าทำเป้าหมาย
นักบินต้องยืนยัน IP/BP, Heading, Distance, Assigned Altitude และข้อจำกัดก่อนออกจาก Holding Area หรือ CP/RP
5. OFFSET — ขอบเขตการวางแนวโจมตี
Offset ใช้จำกัดด้านที่อากาศยานสามารถ Maneuver ออกจากแนว IP/BP–Target เพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม สภาพอากาศ ภูมิประเทศ Friendly Fire หรือเพื่อควบคุม Attack Geometry คำสั่ง OFFSET LEFT หรือ OFFSET RIGHT หมายถึงด้านที่อนุญาตให้จัดแนวเข้าหาเป้าหมาย ไม่ใช่คำสั่งเลี้ยวออกหลังโจมตี

6. EGRESS — การออกจากเป้าหมาย
Egress เริ่มหลังการใช้อาวุธหรือสิ้นสุด Attack Run นักบินต้องปฏิบัติตามทิศทางการออก จุดปลายทาง ทิศเลี้ยว และระดับความสูงที่ได้รับ โดยรูปแบบคำสั่งหลักประกอบด้วย:
- ออกตาม Cardinal Direction เช่น North, East, South หรือ West
- กลับ Overhead
- กลับ Initial Point (IP)
- กลับ Control Point (CP)
- Pilot Discretion เมื่อได้รับอนุญาต
ระดับความสูงอาจระบุเป็น Feet, Flight Level, Block หรือ Angels และอาจกำหนดทิศเลี้ยว LEFT/RIGHT เพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น EGRESS EAST TO AUDI, 7000 หรือ EGRESS LEFT PULL, BACK TO CP, BLOCK 12–14
7. METHODS OF DESCRIBING LOCATION — วิธีระบุตำแหน่ง
ตำแหน่ง CP, IP/BP, Holding Area และ Target อาจระบุได้หลายวิธี นักบินต้องทราบ Coordinate Format ที่จะใช้ก่อนรับข้อมูล:
- Predetermined Point: ใช้ชื่อที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแทนพิกัด
- MGRS/Grid: ใช้พิกัด 6, 8 หรือ 10 หลักตามความละเอียดที่ต้องการ
- Latitude/Longitude: ใช้รูปแบบที่กำหนดใน Mission Brief
- Cardinal Direction + Distance: ระบุทิศและระยะจากจุดอ้างอิง
- Keyhole: กำหนดจุดศูนย์กลาง Echo แล้วระบุตำแหน่งด้วยทิศและระยะ
KEYHOLE REFERENCE
Keyhole ใช้เมื่อไม่มี IP ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดย JTAC/FAC(A) จะกำหนด Echo Point ซึ่งอาจเป็นเป้าหมาย แล้วใช้ตัวอักษรกำกับทิศรอบจุดนั้น: A = North, B = East, C = South, D = West หากทิศหลักไม่เพียงพอสามารถใช้ Radial และระยะเป็น NM เช่น HOLD ALPHA 7, ANGELS 2 AND BELOW หรือ PROCEED 150 AT 7

8. KEY POINTS FOR HELICOPTERS
เฮลิคอปเตอร์ใช้ Release Point เชื่อมเข้าสู่ Battle Position ซึ่งอาจมี Firing Point หลายตำแหน่งภายในพื้นที่กำบัง การเข้าทำเป้าหมายพิจารณาจาก Heading และ Distance ระหว่าง Firing Point/BP กับ Target พร้อมรักษาเส้นทางเข้า–ออกที่ไม่ตัดผ่านกำลังฝ่ายเดียวกัน

เอกสารบางฉบับมี CAS Brief สำหรับเฮลิคอปเตอร์แบบ 5-Line แต่เพื่อให้ทั้งหน่วยใช้รูปแบบเดียวกัน คู่มือนี้ใช้ CAS 9-Line เป็นมาตรฐาน เว้นแต่ Mission SOP หรือ JTAC/FAC(A) จะกำหนดเป็นอย่างอื่น
แบบฟอร์ม Check-In, CAS 9-Line, Talk-On และคำศัพท์ Brevity ฉบับละเอียดอยู่ที่ Communication
หลักการเลือกใช้อากาศยาน
- Mission: เลือกแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับ Assault, Lift, CAS, ISR, PR หรือ Sustainment
- Landing/Recovery Area: ตรวจขนาด HLZ, สิ่งกีดขวาง, พื้นผิว, ความลาดชัน และเส้นทางเข้าออก
- Threat: ประเมิน Air Defense, Small-Arms Threat, Visibility และความสามารถในการบินอ้อมภูมิประเทศ
- Payload and Range: ตรวจน้ำหนักบรรทุก ระยะทาง เวลาอยู่เหนือพื้นที่ และเชื้อเพลิงสำรอง
- Command and Control: กำหนด Callsign, Net, Airspace Coordination, Holding Point และ Abort Criteria ให้ชัดเจนก่อนปล่อยภารกิจ
เนื้อหาภายใน Flight Manual
- MH-47G: Hatchet Interaction Setup และ Advanced Startup 16 ขั้นตอน
- UH-60M: Engine Startup, Shutdown และ HUD/Mission Systems
- F/A-18E: Cockpit Overview, Advanced Startup, DDI, Radar, TGP, EW, SMS, HSI, HUD, JHMCS และ UFC