Medic Doc — Advanced Combat Medicine Overview
ขอบเขตเอกสาร: คู่มือนี้อธิบายกลไกและแนวทางรักษาในม็อด Advanced Combat Medicine (ACM) สำหรับ Arma 3 ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับการรักษาผู้ป่วยจริง ค่าต่าง ๆ และผลของการรักษาอาจเปลี่ยนตามการตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์
เอกสาร Overview จัดเรียงตามลำดับการประเมิน MARCH/ABCDE และเน้นว่า “อาการเกิดจากอะไร ตรวจอย่างไร และแก้ไขอย่างไร” รายละเอียดน้ำหนัก จำนวนครั้งที่ใช้ class name ขนาดบรรจุ และรายการยา/อุปกรณ์ทั้งหมดแยกไว้ที่ Items — รายการอุปกรณ์และยา เพื่อลดข้อมูลซ้ำซ้อน
แหล่งอ้างอิงหลัก: ACM Wiki — Overview และ ACM Wiki — Surgical Airway
1. Catastrophic Bleeding — ภาวะเลือดออกรุนแรง
บาดแผลส่วนใหญ่ทำให้เลือดออก หากไม่หยุดเลือด ปริมาตรเลือดจะลดลงจนผู้บาดเจ็บหมดสติ เข้าสู่ภาวะช็อก หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตได้ จึงต้องควบคุมเลือดออกที่คุกคามชีวิตก่อนแก้ปัญหาอื่น
External Wounds — บาดแผลภายนอก
- ใช้ Tourniquet กับแขนหรือขาเมื่อมีแผลจำนวนมากหรือเลือดออกรุนแรงจนต้องหยุดเลือดทันที
- ใช้ Pressure Bandage เป็นผ้าพันแผลมาตรฐานสำหรับบาดแผลทั่วไปและเหมาะกับการทำแผลให้ตนเอง
- ใช้ Emergency Trauma Dressing (ETD) เมื่อต้องปิดหลายแผลบนตำแหน่งเดียวกัน พื้นที่ปิดแผลกว้างกว่า แต่ใช้เวลานานกว่าและไม่สามารถใช้พันตนเองได้
- Elastic Wrap ไม่สามารถหยุดแผลที่กำลังเลือดออกได้ด้วยตัวเอง ใช้พันทับแผลที่ปิดแล้วหรือลิ่มเลือดที่ก่อตัวแล้ว เพื่อลดโอกาสผ้าหลุดหรือแผลเปิดซ้ำ และใช้ยึด SAM Splint ได้
Clotting — การแข็งตัวของเลือด
แผลเล็กและแผลปานกลางมีโอกาสสร้างลิ่มเลือดได้เอง แต่ลิ่มเลือดส่วนมากยังไม่มั่นคงและอาจเปิดซ้ำ ควรพันทับหรือเย็บเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย TXA ช่วยเสริมกระบวนการแข็งตัวของเลือดทั้งบาดแผลภายนอกและเลือดออกภายใน แต่ไม่ได้ทดแทนการปิดแผลโดยตรง
Internal Bleeding — เลือดออกภายใน
บาดแผลทะลุทะลวงอาจทำให้หลอดเลือดภายในเสียหาย แม้หยุดเลือดภายนอกแล้วเลือดภายในยังออกต่อได้ สัญญาณสำคัญในระบบ ACM คือรอยช้ำที่เห็นได้และความดันโลหิตลดลง แนวทางจัดการประกอบด้วย:
- ควบคุมต้นเหตุที่แก้ได้ เช่น การบาดเจ็บทรวงอก
- ให้ TXA เมื่อสงสัยเลือดออกภายในรุนแรง
- ทดแทนปริมาตรเลือดด้วยสารน้ำหรือผลิตภัณฑ์เลือด
- ประเมินซ้ำและเตรียมส่งกลับเมื่อไม่สามารถแก้สาเหตุในสนามได้
2. Airway — ทางเดินหายใจ
Loss of Reflexes และ Airway Collapse
เมื่อผู้บาดเจ็บหมดสติ ลิ้นอาจตกไปด้านหลังจนขวางทางเดินหายใจบางส่วนหรือทั้งหมด หากหมดสตินาน รีเฟล็กซ์ของทางเดินหายใจส่วนบนจะลดลงจนทางเดินหายใจยุบตัว จำเป็นต้องใช้ท่าจัดทางเดินหายใจหรืออุปกรณ์ช่วยเปิดทางเดินหายใจ
- Head Turning: ช่วยระบายสิ่งอุดกั้นเล็กน้อย
- Head-Tilt Chin-Lift: เปิดทางเดินหายใจและบรรเทาการยุบตัว เป็น action ที่ต้องคงการทำไว้
- Recovery Position: ช่วยเปิดทางเดินหายใจ ระบายสิ่งอุดกั้นเล็กน้อย และลดการอุดกั้นซ้ำ แต่จะจำกัด medical action หลายอย่างตราบใดที่ยังอยู่ในท่านี้
- OPA / NPA: ช่วยคงทางเดินหายใจให้เปิด ต้องเคลียร์สิ่งอุดกั้นก่อน
- i-gel: ช่วยจัดการ airway collapse และลดการอุดกั้นจากการอาเจียน ต้องเคลียร์สิ่งอุดกั้นก่อนใส่
Airway Obstruction — สิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ
ผู้บาดเจ็บที่หมดสตินานอาจสำรอกและสำลักสิ่งจากกระเพาะ อาการบาดเจ็บหรือบาดแผลบริเวณศีรษะอาจทำให้เลือดไหลเข้าสู่ทางเดินหายใจได้
- สิ่งอุดกั้นเล็กน้อย: เริ่มจากหันศีรษะหรือจัด Recovery Position
- สิ่งอุดกั้นรุนแรง: ต้องใช้ medical suction
- ตรวจและหยุดเลือดจากบาดแผลศีรษะ เพื่อลดเลือดไหลกลับเข้าสู่ทางเดินหายใจ
- Emergency Disposable Suction Bag และ ACCUVAC ใช้เคลียร์สิ่งอุดกั้นทั้งหมด โดย ACCUVAC มีขนาดใหญ่กว่า
Airway Inflammation และ Airway Spasm
- Airway inflammation: สารเคมีกัดกร่อนทำให้ทางเดินหายใจบวมและตีบ การอักเสบรุนแรงอาจปิดทางเดินหายใจทั้งหมดและขัดขวางการใส่อุปกรณ์ทางปาก/จมูก
- Airway spasm: สารประสาทที่ทำให้ชักอาจทำให้ทางเดินหายใจเกร็งจนหยุดหายใจและการช่วยหายใจเชิงกลไม่มีประสิทธิภาพ ต้องให้ antidote/ยาควบคุมอาการชักตามสาเหตุ
- เมื่อทางเดินหายใจส่วนบนใช้ไม่ได้ การทำ Surgical Airway อาจเป็นวิธีเดียวที่สร้างทางผ่านใหม่ได้
Surgical Airway — Cricothyrotomy
Surgical Airway หรือ cricothyrotomy เป็นหัตถการฉุกเฉินในระบบ ACM สำหรับสร้างทางเดินหายใจเมื่อทางเดินหายใจเดิมใช้ไม่ได้ โดยกรีดผ่าน cricothyroid membrane แล้วใส่ท่อผ่านตำแหน่งดังกล่าวเพื่อข้ามทางเดินหายใจส่วนบนและ glottis
ข้อบ่งใช้ใน ACM
- การอักเสบของทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
- airway spasm ที่ยังไม่ได้ควบคุม
- บาดเจ็บใบหน้า ศีรษะ หรือทางเดินหายใจจนใส่ advanced airway ทางอื่นไม่ได้
- ภาวะที่ glottis ปิดหรืออุดกั้นและการช่วยหายใจไม่มีประสิทธิภาพ
ต้องมี CricKit ผู้บาดเจ็บจะถูกจัดให้นอนราบและ manual airway maneuver ที่กำลังทำอยู่จะถูกยกเลิก หลังทำสำเร็จท่อไม่สามารถถอดออกได้ในระบบ และผู้บาดเจ็บจะยังคงหมดสติ
กายวิภาคที่ต้องหา
คลำแนว thyroid cartilage แล้วหาบริเวณ cricothyroid membrane ซึ่งอยู่ระหว่าง thyroid cartilage กับ cricoid cartilage การคลำในมินิเกมทำด้วยการคลิกขวาเมื่อยังไม่ได้เลือกอุปกรณ์

อุปกรณ์ที่ใช้ในขั้นตอน
- Scalpel: กรีดแนวตั้งและแนวนอน หมุนใบมีดด้วยการคลิกขวา และทิ้งหลังเสร็จการกรีด
- Tracheal Hook: ยกแผลให้เปิดระหว่างใส่ cric-key แล้วนำออก
- Cric-Key: ทำหน้าที่เป็นท่อหายใจ มี stylet ที่ต้องถอดหลังใส่
- Syringe: เติมลม cuff ของ cric-key ให้ปิดผนึกทางเดินหายใจ
- Neck Strap: ยึด cric-key กับคอไม่ให้ขยับ

ขั้นตอนที่ 1 — Vertical Incision
- คลำหา thyroid cartilage ridge และ cricothyroid membrane
- เลือก scalpel
- กรีดแนวตั้งเหนือบริเวณ cricothyroid membrane โดยจัดแนวกับ thyroid cartilage ridge เพื่อให้แผลอยู่กึ่งกลาง
- คืน scalpel ก่อนคลำยืนยันตำแหน่ง

ขั้นตอนที่ 2 — Horizontal Incision
- คลำผ่านแผลแนวตั้งเพื่อยืนยัน cricothyroid membrane และขยายแผล
- เลือก scalpel แล้วหมุนสำหรับแนวกรีดแนวนอน
- กรีดตามแนวขวางของ cricothyroid membrane
- ทิ้ง scalpel เมื่อกรีดเสร็จ

ขั้นตอนที่ 3 — ใส่และยึด Cric-Key
- เลือก tracheal hook แล้วยกแผลให้เปิด
- ใส่ cric-key เข้าไปในแผลที่ยกไว้
- ถอดและทิ้ง tracheal hook
- เลือก syringe แล้วเติมลม cuff ให้เต็ม
- คืน syringe
- ถอด stylet ออกจาก cric-key — จุดนี้ถือว่าสร้าง surgical airway สำเร็จ
- เลือก neck strap แล้วต่อเข้ากับ cric-key ทั้งสองด้าน
- ตรวจว่าท่อยึดแน่นและไม่เคลื่อนจนจำกัดการหายใจ

สิ่งที่ต้องทำหลังหัตถการ
- แผลเปิดจะมีเลือดออกต่อเนื่อง ต้องเย็บแผลหลังทำเสร็จ
- หากยังไม่ได้ยึด neck strap ต้องยึดทันที มิฉะนั้น cric-key อาจเคลื่อนและจำกัดหรือปิดกั้นการหายใจ
- สามารถยกเลิก action ได้ก่อนมีการกรีด แต่หลังการกรีดครั้งแรก CricKit จะถูกใช้ไปแม้ยกเลิกหรือทำไม่สำเร็จ
- หากยกเลิกทั้งที่มีแผลเปิด ต้องพันแผลและเย็บเพื่อหยุดเลือด
3. Breathing — การหายใจ
ทุกยูนิตมีค่า oxygen saturation หากไม่หายใจหรือมีปัญหาทางเดินหายใจ/ทรวงอก ค่าออกซิเจนจะลดลง:
- SpO2 ต่ำกว่า 80: หมดสติ
- SpO2 ต่ำกว่า 67: หัวใจหยุดเต้น
- SpO2 ต่ำกว่า 55: เสียชีวิต
ภาวะขาดออกซิเจนอาจเห็นเป็น cyanosis บริเวณศีรษะและแขน Pulse Oximeter หรือ AED ใช้วัด SpO2 ได้ แต่ค่าจะไม่น่าเชื่อถือขึ้นเมื่อปริมาตรเลือดต่ำมาก
Checking Breathing
ใช้ diagnose action กับผู้บาดเจ็บที่หมดสติเพื่อตรวจรูปแบบการหายใจ:
- “Patient is not breathing” — ทางเดินหายใจอุดกั้น/ยุบ หรืออยู่ใน respiratory/cardiac arrest
- “Patient breathing is shallow” — บาดเจ็บทรวงอก หรือ airway collapse เล็กน้อยที่ยังไม่ได้แก้
- “Patient breathing is slow/rapid” — อัตราหายใจต่ำกว่า 16 หรือสูงกว่า 22
- “Patient is breathing normally” — อัตราหายใจอยู่ในช่วงปกติ
Stethoscope Auscultation
การฟังปอดช่วยตรวจ pneumothorax, tension pneumothorax และ hemothorax รวมถึงประเมินอัตราหายใจ/อัตราหัวใจ เสียงหายใจเบาลงข้างเดียวบ่งชี้ความผิดปกติของปอดข้างนั้น และยิ่งอาการรุนแรงความแตกต่างจะยิ่งชัด

Chest Injury Diagnosis
- Pneumothorax: อากาศเข้าสู่ pleural space จากแผลทะลุทรวงอก ทำให้หายใจลำบากและทรุดต่อเนื่องตราบใดที่ผู้บาดเจ็บยังหายใจ หากไม่รักษาจะกลายเป็น tension pneumothorax
- Tension Pneumothorax: ความดันที่สะสมใน pleural space ทำให้ปอดขยายไม่ได้
- Hemothorax: เลือดออกเข้าสู่ pleural space หากรุนแรงอาจเห็นเป็นรอยช้ำที่ทรวงอก และอาจทรุดเป็น tension hemothorax
ใช้ Inspect Chest ขณะผู้บาดเจ็บนอนหงาย มองระดับทรวงอกจากทางศีรษะ:
- ทรวงอกขึ้นลง — ยังหายใจ
- ทรวงอกไม่เคลื่อน — ไม่หายใจ; ให้ประเมิน airway obstruction หรือ cardiac arrest ร่วมด้วย
- ทรวงอกสองข้างไม่เท่ากัน — สงสัย chest injury/pneumothorax
- tracheal deviation — สงสัย tension pneumothorax
- รอยช้ำทรวงอกส่วนบน — สงสัย hemothorax
Chest Injury Management
- ปิดบาดแผลทรวงอกด้วย Chest Seal แล้วประเมินซ้ำ
- Tension pneumothorax ต้องใช้ Needle Chest Decompression (NCD) ร่วมกับ Chest Seal หรือทำ thoracostomy
- Hemothorax ที่ยังมีเลือดออก ให้ TXA จากนั้นทำ thoracostomy และใส่ chest tube เพื่อระบายเลือด
- ใช้ ACCUVAC หรือ Emergency Suction Bag ระบาย chest tube ซ้ำจนไม่มีเลือดออกมา แล้วจึงปิดแผล
Finger Thoracostomy คือการกรีดและขยายช่องเปิด แล้วใช้นิ้วที่สวมถุงมือตรวจ pleural space:
- ไม่พบเลือด — ปิดแผลได้
- พบเลือดหรือยังมีเลือดออก — ให้ TXA และควบคุมเลือด
- เมื่อเลือดหยุด — ใส่ chest tube ระบายเลือด
- ระบายหมดและยืนยันว่าไม่มีเลือดออกเพิ่ม — ปิดแผล
4. Circulation — การไหลเวียนเลือด
Medication Administration
ยาใน ACM มีทั้ง autoinjector พร้อมใช้และ vial แบบใช้ครั้งเดียว ยาใน vial ต้องดูดเข้ากระบอกฉีดยาก่อนให้ยา ผลและขนาดยาขึ้นกับน้ำหนักตัว การให้เกินช่วงที่แนะนำอาจไม่เพิ่มผลรักษาแต่เพิ่มผลข้างเคียง
Overview จะแสดงเฉพาะหลักการเลือกใช้ในสถานการณ์ ส่วนความเข้มข้น ขนาดยา onset, peak, duration และรายละเอียด item ให้ตรวจจาก Items — รายการอุปกรณ์และยา
Blood Volume และ Fluid Transfusion
Effective Blood Volume คือปริมาตรเลือดที่สามารถนำออกซิเจนได้:
- Fresh Whole Blood (FWB): เพิ่ม effective blood volume ทันที ไหลเร็ว เติมเกล็ดเลือดเมื่อมีแคลเซียม และต้องรับจากผู้บริจาคในสนาม
- Whole Blood: เพิ่ม effective blood volume ทันที ไหลช้ากว่า FWB และเติมเกล็ดเลือดเมื่อมีแคลเซียม
- Plasma: ให้ effective blood volume ประมาณ 30% ไหลระดับปานกลางและช่วยเติมเกล็ดเลือด
- Saline: ไม่เพิ่ม effective blood volume ด้วยตัวเอง แต่มีอัตราการไหลเร็ว
ลำดับความเหมาะสมสำหรับ fluid resuscitation ในคู่มืออ้างอิงคือ Fresh Whole Blood > Whole Blood > Plasma > Saline

เมนู Transfusion ใช้เชื่อมต่อถุงใหม่และจัดการถุงที่ต่ออยู่:
- Available Fluid Bag แสดงถุงใน inventory ที่เลือก และสลับ inventory ของ medic, patient หรือ vehicle ได้
- Active Fluid Bag แสดงถุงที่ต่ออยู่กับ IV/IO ที่เลือก
- หยุด/ทำต่อได้ทั้งสาย หรือเลือกย้าย/ถอดเป็นรายถุง
- ถุงที่ยังมีของเหลือและถูกถอดจะกลับเข้า inventory ของผู้รักษา
- หากมี IV/IO หลายตำแหน่ง ใช้ toggle สลับเส้นทางที่ต้องการ
Field Blood Transfusion
Fresh Whole Blood จากผู้บริจาคไหลเร็วและนำออกซิเจนได้มีประสิทธิภาพกว่า Whole Blood แต่ประสิทธิภาพจะลดลงหากเก็บไว้นาน
- ต่อ Field Blood Transfusion Kit เข้ากับ IV ของผู้บริจาคเหมือนถุงสารน้ำ
- รอจนชุดรับเลือดเต็มตามปริมาตร
- ถอดออก แล้วใช้เป็น Fresh Whole Blood Bag กับผู้รับ

การให้เลือดผิดหมู่ทำให้เกิด immune response และอาจเสียชีวิต ต้องตรวจหมู่เลือดจาก dog tag ก่อนทุกครั้ง:
- O− รับได้จาก O−
- O+ รับได้จาก O−, O+
- A− รับได้จาก O−, A−
- A+ รับได้จาก O−, O+, A−, A+
- B− รับได้จาก O−, B−
- B+ รับได้จาก O−, O+, B−, B+
- AB− รับได้จาก O−, A−, B−, AB−
- AB+ รับได้จากทุกหมู่
เลือดทุกชนิดอาจทำให้แคลเซียมในเลือดต่ำและนำไปสู่ coagulopathy ในกลไก ACM ให้ Calcium Chloride 1 กรัมหลังเลือดยูนิตแรก (500 ml) แล้วให้ 1 กรัมหลังทุก 4 ยูนิต
IV/IO Access
IV ใช้ให้ยาและสารน้ำทางหลอดเลือดดำ อัตราการไหลอาจได้รับผลจาก tourniquet และความเสียหายของแขนขา โดยทั่วไป IV ไหลเร็วกว่า แต่หากตำแหน่ง IV เสียหายหรือหาเส้นไม่ได้ ให้ใช้ IO:
- 16g IV — แขน/ขา อัตราไหลปานกลาง มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
- 14g IV — แขน/ขา อัตราไหลเร็ว แต่โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่า
- FAST1 IO — sternum ใส่เร็ว แต่อัตราไหลช้า
- EZ-IO — tibia/humerus ใส่เร็ว แต่อัตราไหลช้า
ภาวะแทรกซ้อนของ IV ได้แก่ ปวดขณะใส่/ให้สารน้ำ อัตราไหลช้า และรั่วออกนอกหลอดเลือด ตรวจด้วย Inspect IV:
- “IV Catheter is clear” — ไม่มีถุงต่ออยู่
- “IV Catheter has normal flow” — สารน้ำกำลังไหลตามปกติ
- “IV Catheter has no flow” — หยุดการไหล
- “Swelling on insertion site” — สารน้ำรั่วที่ตำแหน่งแทง
Cardiac Arrest
Cardiac arrest คือหัวใจไม่สูบฉีดเลือด ทำให้ออกซิเจนไม่ไปยังสมอง ต้องยืนยันด้วยการคลำ carotid pulse แล้วต่อ AED หรือเริ่ม CPR ทันทีจนมี AED
จังหวะที่ช็อกได้:
- Ventricular Tachycardia (VT)
- Ventricular Fibrillation (VF)
จังหวะที่ไม่ช็อก:
- Pulseless Electrical Activity (PEA)
- Asystole




PEA อาจดูคล้าย sinus rhythm บน EKG แต่ไม่มีชีพจร หมายถึงระบบไฟฟ้ายังทำงานแต่มีสาเหตุอื่นขัดขวางการสูบฉีด ให้แก้ reversible cause ก่อนและเริ่ม CPR:
- Hypovolemia — ทดแทนปริมาตรเลือด
- Hypoxia — เปิด airway, ช่วยหายใจ และทำ CPR
- Tension Pneumothorax — แก้ความดันในทรวงอก
- Hemothorax — ควบคุมเลือดและระบายเลือด

แนวทางพื้นฐาน:
- ต่อ AED และใช้ AED mode เพื่อวิเคราะห์อัตโนมัติ หรือแปลผลคลื่นด้วยตนเอง
- VT/VF — ให้ยาสำหรับ shockable rhythm ตามแนวทางเซิร์ฟเวอร์ ช็อก และทำ CPR
- PEA — กลับไปค้นหา reversible cause และทำ CPR
- Asystole — ตรวจ terminal injury และทำ CPR
- ทำ CPR รอบละ 2 นาทีแล้วประเมินชีพจร/วิเคราะห์ซ้ำ
- หากขาดออกซิเจน ใช้ BVM ร่วมด้วย; ผู้รักษาคนเดียวหรือยังไม่มี i-gel ใช้ 30 compressions ตามด้วย 2 breaths ส่วนผู้รักษาสองคนทำ CPR และ BVM ต่อเนื่องได้
สัญญาณ Return of Spontaneous Circulation (ROSC) ได้แก่ EtCO2 เพิ่มขึ้นทันทีราว 40–50, cyanosis ลดลง และคลำ carotid pulse ได้
5. Disability — ระบบประสาทและกระดูกหัก
บาดแผลความเร็วสูงและ crush wound บริเวณแขนขาอาจทำให้กระดูกหัก ขาหักทำให้เดินกะเผลก แขนหักเพิ่ม weapon sway
ผลจาก Check For Fracture:
- “no substantial damage” — ไม่เสียหาย
- “limb is bruised” — ฟกช้ำ
- “severe bruising” — mild fracture
- “swelling” — severe fracture
- “significant swelling” — complex fracture
- “splint applied” — ใส่ splint แล้ว
- “fracture realignment performed” — จัดแนวกระดูกแล้ว
แนวทางจัดการ:
- พิจารณา IM lidocaine ก่อนจัดแนวกระดูกเพื่อลดความเจ็บปวด
- ทำ fracture realignment
- ใส่ SAM Splint และพันยึด
- ตรวจการเคลื่อนไหว หากยังจำกัดให้จัดแนวใหม่และใส่ splint ซ้ำ
- การใส่ splint หลังจัดแนวช่วยให้วิ่งได้; ใส่โดยไม่จัดแนวช่วยได้เพียงระดับวิ่งเหยาะ
- complex fracture ไม่สามารถรักษาให้สมบูรณ์ในสนาม ต้องส่งกลับ
6. CBRN — Chemical, Biological, Radiological and Nuclear
CS Gas
สารก่อการระคายเคือง/น้ำตา สีเทาจาง ดูดซึมทางการหายใจและดวงตา ผลทันทีคือไอและปวด ระดับปานกลางทำให้มองไม่เห็น และการสัมผัสนานทำให้หายใจลำบาก
- ป้องกันด้วย gas mask
- บรรเทาปวดด้วยยาแก้ปวดที่เหมาะสม
- ล้างตาด้วยน้ำเมื่อเกิดอาการมองไม่เห็นจากการสัมผัส
Chlorine Gas
pulmonary agent สีเหลืองสด ดูดซึมทางการหายใจและผิวหนัง ทำให้ไอ ปวด สำลัก ทางเดินหายใจอักเสบ ตาบอด หมดสติ respiratory arrest และเสียชีวิต
- gas mask ป้องกันการสูดดม
- CBRN suit ป้องกันการสัมผัสทางผิวหนัง
- ล้างตาด้วยน้ำใน exposure ระดับไม่รุนแรง
- airway inflammation รุนแรงต้องทำ surgical airway เพื่อสร้างทางเดินหายใจใหม่
Sarin Gas
nerve agent ไม่มีสี ดูดซึมทางการหายใจและผิวหนัง ทำให้ไอ ปวด กล้ามเนื้อเกร็ง หมดสติ airway spasm, respiratory arrest และเสียชีวิต
- ใช้ gas mask และ CBRN suit ป้องกัน
- ลดผลด้วย Atropine หรือ ATNA Autoinjector
- ควบคุม seizure ด้วย anticonvulsant
- airway spasm รุนแรงต้องทำ surgical airway อย่างรวดเร็ว
Lewisite
blister agent ไม่มีสี ทำให้ไอ ปวด chemical burn ตาบอด หมดสติ airway inflammation, respiratory arrest, shock และเสียชีวิต
- ใช้ gas mask และ CBRN suit ป้องกัน
- shock ต้องทดแทนสารน้ำ/เลือด
- airway inflammation รุนแรงต้องทำ surgical airway
Protection
PPE ประกอบด้วย gas mask และ CBRN suit ไส้กรองหน้ากากจะถูกใช้เมื่อสัมผัสสารและเปลี่ยนได้ การป้องกันของยานพาหนะขึ้นกับการตั้งค่า:
- Overpressured: สร้างความดันบวกในห้องโดยสาร ป้องกันสารเข้า
- Sealed: ปิดผนึกได้ แต่สูญเสียการป้องกันเมื่อเปิดประตู โผล่ตัว หรือออกจากรถ และห้องโดยสารอาจปนเปื้อน
- Unprotected: รถเปิดประทุน มอเตอร์ไซค์ หรือรถพลเรือน ไม่มีการป้องกัน ผู้โดยสารต้องใช้ PPE
7. Evacuation
ระบบ Evacuation ของ ACM ช่วยนำผู้เล่นที่เป็น casualty กลับไปยัง reinforcement area โดยทิ้ง AI casualty ไว้ให้ทีมแพทย์รักษาและส่งกลับต่อ ผู้บาดเจ็บที่ถูกแปลงยังนับเป็น casualty ในสนาม และหาก AI เสียชีวิตจะนับ player death และใช้ respawn ticket
เงื่อนไขทั่วไปของ Casualty Conversion:
- ผู้บาดเจ็บหมดสติแต่ยังมีชีวิต
- ไม่มี external bleeding
- อยู่ใน medical facility/vehicle หากเซิร์ฟเวอร์กำหนด
- ผู้รักษามี medic trait ที่กำหนด
- ให้ Ertapenem แล้ว หากเซิร์ฟเวอร์กำหนด
- มี casualty ticket เหลือ

การนำ casualty ที่แบกอยู่ไปยัง evacuation interaction object จะคืน casualty ticket

8. Treatment Reference — ลำดับใช้งานอย่างย่อ
Catastrophic Bleeding
- Tourniquet แขน/ขาเมื่อมีหลายแผลหรือเลือดออกรุนแรง
- Pressure Bandage สำหรับแผลทั่วไปหรือทำแผลตนเอง
- ETD สำหรับหลายแผลบน body part เดียว
- หลังผู้บาดเจ็บคงที่ ใช้ Elastic Wrap พันทับแผลที่ปิดแล้วหรือลิ่มเลือด
Airway
- ตรวจ airway
- mild obstruction — หันศีรษะหรือ suction
- severe obstruction — suction
- collapse ระดับ none–mild — NPA/OPA, Head-Tilt Chin-Lift หรือ Recovery Position
- collapse ระดับ mild–severe — i-gel ร่วมกับท่าจัด airway
- inflammation/spasm รุนแรงจนทางเดินหายใจส่วนบนใช้ไม่ได้ — Surgical Airway
Breathing
- Inspect Chest และฟังปอด
- ปิดแผลเปิดทรวงอกด้วย Chest Seal แล้วประเมินซ้ำ
- tension pneumothorax — NCD หรือ thoracostomy
- hemothorax — TXA, thoracostomy และ chest tube
- ระบาย chest tube ซ้ำจนไม่มีเลือด แล้วปิดแผล
Circulation และ Cardiac Arrest
- คลำ carotid pulse; ไม่มีชีพจรให้เข้าสู่ cardiac arrest management
- คลำ radial/femoral pulse; อ่อนหรือไม่มีให้ทดแทนสารน้ำ/เลือด
- ตรวจรอยช้ำ; รอยช้ำชัดเจนให้พิจารณา TXA
- แก้ reversible cause ก่อน: hypovolemia, hypoxia, tension pneumothorax, hemothorax
- ต่อ AED และทำ CPR รอบละ 2 นาทีตามผล rhythm
- หลัง ROSC ตรวจ carotid pulse ยืนยันและแก้ปัญหาต้นเหตุให้ครบ
Disability และ Pain
- Check For Fracture
- พิจารณาระงับปวดก่อน realignment
- จัดแนว ใส่ SAM Splint และพันยึด
- complex fracture ให้เตรียม evacuation
- เลือกยาแก้ปวดตามความรุนแรงและภาวะการหายใจ โดยตรวจขนาดและข้อจำกัดจากหน้า Items ก่อนใช้
9. หลักการใช้งานอย่างปลอดภัย
- ประเมินซ้ำหลังทุก intervention เพราะผลตรวจอาจเปลี่ยนเมื่อสาเหตุได้รับการแก้ไข
- แก้ปัญหาที่คุกคามชีวิตตามลำดับ ไม่ข้าม severe bleeding, airway หรือ breathing problem เพื่อไปทำหัตถการลำดับหลัง
- ตรวจ server settings, medic trait และข้อกำหนดภารกิจก่อนใช้ advanced action
- ใช้หน้า Overview สำหรับตัดสินใจตามกลไกและขั้นตอน ใช้หน้า Items สำหรับข้อมูลจำเพาะของอุปกรณ์และยา
- เอกสารนี้อ้างอิงกลไกของเกมเท่านั้น ไม่ควรนำไปใช้แทนการฝึกหรือคำแนะนำทางการแพทย์จริง